บาคุแมน Bakuman วัยซนคนการ์ตูน

Home / Japan Cartoon, หนังสือนิทาน / บาคุแมน Bakuman วัยซนคนการ์ตูน

การ์ตูนอนิเมสุดฮิต บาคุแมน หรือบางคนก็อาจจะอ่านว่า บาคุมัง ก็ได้ครับ หลังจากที่ภาคแรกได้ประสบความสำเร็จไปอย่างงดงามไม่ทันไร อนิเมทภาคที่สองก็เริ่มออกอากาศที่ญี่ปุ่นกันแล้วครับ ส่วนจุดเด่นของการ์ตูนรื่อง Bakuman วัยซนคนการ์ตูน ก็เห็นจะอยู่ที่การตีแผ่เรื่องราวชีวิตของเหล่านักเขียนการ์ตูนรายสัปดาห์ shonen lump (นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นที่พิมพ์การ์ตูนฮิตๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดี อาทิ นารูโตะ,กินทามะ,รีบอร์น,บลีช)

ซึ่งเบื้อหลังนั้นล้วนเต็มไปด้วยการแข่งขัน ชิงไหวชงพริบกันมากมายเพื่อที่จะได้เป็นที่สุดของการ์ตูนฮิตกลายเป็นอนิเมทฉายทางโทศน์เพื่อเสริมความนิยม ซึ่งการ์ตูนที่ไม่ติดอันดับนิยมก็มีสิทธิ์ที่จะถูกยกเลิกการพิมพ์ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งด้วยเหตุนี้เอง Bakuman วัยซนคนการ์ตูน จึงเต็มไปด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่านักเขียนการ์ตูนไฟแรงที่มีความใฝ่ฝันจะตีพิมพ์การ์ตูนในจัมป์ซะเป็นสวนใหญ่ครับ

เนื้อเรื่องย่อ บาคุแมน Bakuman

เด็กหนุ่มชื่อ มาชิโระ โมริทากะ อายุ 14 ปี เป็นเด็กมัธยมต้นปีที่ 3 สุดแสนจะธรรมดา ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่มีความฝันใดๆ แอบชอบผู้หญิงที่ชื่ออาซึกิ มิโฮะ เด็กผู้หญิงที่เคยพบสมัยประถม และได้มาเข้าโรงเรียนเดียวกันในชั้นมัธยมต้น ซึ่งก็ไม่คิดจะสารภาพรัก เพราะคิดว่าถึงสารภาพรักไปก็คงต้องแห้วอยู่ดี ปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ดีกว่า

มีอยู่วันหนึ่งที่โรงเรียนให้เรียนแค่ครึ่งวันเพราะว่าใกล้สอบ เลยปล่อยให้นักเรียนกลับบ้านไปอ่านหนังสือ แต่ว่ามาชิโระกลับลืมสมุดจดไว้ที่โรงเรียน และในนั้นเขาได้วาดรูปของ อาซึกิ ไว้ด้วย เลยกลับว่าจะมีคนมาเจอ เลยกลับมาเอา และได้พบกับทาคากิ อาคิโตะ เพื่อนร่วมห้องที่เป็นอัจฉริยะ สอบได้อันดับหนึ่งของโรงเรียนนั่งรออยู่ และได้พบว่า ทาคากิ ได้ถือสมุดของเขาอยู่ ทำให้เขาตกใจว่าทาคากิ ต้องรู้แล้วว่าเขาชอบอาซึกิ มาชิโระเลยขอสมุดคืน โดยที่ทาคากิบอกว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน โดยการจับมือเขียนการ์ตูนกับเขา มาชิโระจึงตกใจมากเพราะไม่คิดว่า เด็กที่เรียนเก่งอย่างทาคากิ จะฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน

แต่เขาได้ปฏิเสธไปเพราะว่า อาของเขาที่เป็นนักเขียนการ์ตูนที่ตายไปแล้ว เคยบอกกับเขาว่านักเขียนการ์ตูน ถ้าไม่มีพรสวรรค์จริงๆ ก็เป็นแค่นักเสี่ยงดวง และเขาก็ได้กลับบ้านไปโดยไม่สนใจสมุดจดเลย เย็นวันนั้นทาคากิได้โทรหาเขา เรียกให้เขาไปพบที่บ้านของอาซึกิ โดยบอกว่ามีเรื่องจะสารภาพกับอาซึกิ มาชิโระเลยรีบไปที่นั่นโดยทันที เพราะคิดว่าทาคากิจะสารภาพรักกับอาซึกิ เมื่ออาซึกิออกมา ทาคากิก็รีบถามคำถามกับอาซึกิ โดยถามว่า อาซึกิอยากจะเป็นนักพากย์ใช่ไหม มาชิโระตกใจมากเพราะไม่คิดว่าอาซึกิ อยากจะเป็นนักพากย์ แถมอาซึกิยังตอบว่าใช่อีก ยิ่งทำให้มาชิโระตกใจมากขึ้นไปอีก

เมื่อทาคากิจะสารภาพ ทำให้มาชิโระต้องตกตะลึงเพราะว่า การสารภาพนั่นเป็นการบอกว่า พวกเขาจะเป็นนักเขียนการ์ตูน โดยที่มาชิโระจะเป็นคนวาดภาพให้ เมื่ออาซึกิยินอย่างนั้น ก็เลยดีใจมากรีบมาจ้องที่หน้าของมาชิโระทันที แล้วบอกว่า คิดอยู่แล้วว่ามาชิโระจะต้องเป็นคนวาดภาพ ทำให้มาชิโระสับสน ปนเรื่องของเขา กับเรื่องของอาของเขา ที่เคยเขียนจดหมายให้กำลังใจกับคนที่อาของเขาชอบ และอยากจะแต่งงานด้วย มาชิโระคิดไปคิดมา เลยพลั้งปากออกไปว่า ถ้าการ์ตูนของเขาได้เป็นอะนิเมะ และอาซึกิได้เป็นนักพากย์ ให้มาแต่งงานกันได้ไหม


ทาคากิ
ได้ยินอย่างนั้นถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ อาซึกิออกอาการเขินอาย แล้ววิ่งเข้าบ้านไปทันที แล้วตอบกลับมาทางอินเตอร์โฟนว่า จะให้สัญญา ถ้าฝันเป็นจริงแล้วจะแต่งงานด้วย แต่ว่ามีข้อแม้คือ จะไม่พบหน้ากันอีกจนกว่าจะถึงตอนนั้น โดยจะคุยกันเพียงแค่ทางเมลล์เท่านั้น มาชิโระตอบตกลงทันที ซึ่งการส่งเมลล์นี้ไปซ้ำรอยกับที่คุณอาของเขาเคยทำไว้


และพวกมาชิโระยังได้รู้อีกว่า คนที่คุณอาของมาชิโระชอบ และส่งจดหมายให้กำลังใจกันนั้น เป็นคุณแม่ของอาซึกิ พวกมาชิโระเลยไปถามให้แน่ใจ และก็ได้รู้ว่าใช่ไม่ผิดตัวแน่ หลังจากนั้นพวกเขาก็ตั้งใจเขียนต้นฉบับ โดยเรื่องแรกที่เขียนนั้นมีชื่อว่า “Double Earth โลกคู่ขนาน” เมื่อเขียนเสร็จพวกเขาก็ไม่รอช้าเอาไปส่งที่ชูเอฉะทันที และก็ได้พบกับบ.ก.ที่ชื่อว่า ฮัตโตริ มาชิโระบอกกับทาคากิว่า ถ้าเขาเสิร์ฟน้ำชาให้แสดงว่าต้นฉบับนั้นผ่าน และพวกเขาก็ทำได้ แต่ว่าเรื่องนั้นยังไม่ดีพอที่จะได้ลงตีพิมพ์ ให้พวกเขากลับไปคิดเรื่องกันใหม่ โดยให้นามบัตรกับพวกเขาไว้ ต่อมาไม่นาน พวกเขาก็ส่งต้นฉบับเรื่องที่สามให้คุณฮัตโตริอีก คือเรื่อง เงินตรา ปัญญา พิชิตโลก ซึ่งได้ลงตีพิมพ์ในอากามารุ จัมป์ โดยสองคนนี้ก็เปลี่ยนมาใช้นามปากกาว่า อาชิโรกิ มุโตะ เพื่อป้องกันความวุ่นวาย แต่ปรากฏว่าผลคะแนนจากแบบสอบถามในอากามารุจัมป์ของเรื่องนี้มาเป็นอันดับสาม ซึ่งมาชิโระบอกว่ายังไม่ดีพอ

มาชิโระจึงตัดสินใจจะเปลี่ยนจากการเขียนการ์ตูนสายมารที่เขียนอยู่นั้น มาเขียนการ์ตูนบู๊สายหลักแทน เรื่องสายหลักที่พวกเขานำไปให้คุณฮัตโตริดูนั้น ยังไม่ดีและสนุกพอ คุณฮัตโตริจึงบอกว่าให้กลับมาเขียนสายมารเหมือนเดิม แต่มาชิโระกับทาคากิก็ไม่ยอม บอกว่าต้องเขียนสายหลักเท่านั้นถึงจะชิงที่หนึ่งและลงซีรีส์ได้ คุณฮัตโตริจึงให้เวลาหกเดือนให้เขียนเรื่องสายหลักให้สนุกมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเลิกเป็นผู้ดูแล มาชิโระกับทาคากิก็ตอบตกลง มาชิโระตั้งเงื่อนไขกับทาคากิให้เขียนเรื่องบู๊สายหลักสนุกๆให้ได้ภายในปิดเทอม

ในขณะที่ตนเองไปเป็นผู้ช่วยของนีซึมะ เอย์จิ นักเขียนการ์ตูนอัจฉริยะวัยสิบห้าปี ผู้ได้ลงพิมพ์ซีรีส์ในโชเน็น จัมป์ เรื่อง CROW หวังว่าจะได้เรียนรู้เทคนิคอะไรมาจากที่นั่นบ้าง และก็ได้พบกับผู้ช่วยของเอย์จิอีกสองคน คือฟุคุดะ ชินตะผู้ได้ลงพิมพ์ในอากามารุจัมป์พร้อมกับอาชิโรกิ มุโตะ และ นาคาอิ โนบุทาโร่ ผู้ช่วยมือโปรที่มีประสบการณ์มายาวนาน แต่เลิกความฝันที่จะเป็นนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพไปแล้ว

จนกระทั่งตอนสองคนนี้อยู่ม.ปลาย ก็ได้เขียนการ์ตูนนักสืบเรื่องTRAP ชนะรางวัลเทรชเชอร์ และได้ลงตีพิมพ์รายสัปดาห์ในนิตรยสารโชเน็น จัมป์ และเปลี่ยนผู้ดูแลจากคุณฮัตโตริมาเป็นคุณมิอุระ แต่เพราะมาชิโระทำงานหักโหมเกินไป ร่างกายเลยทรุด ต้องป่วยเข้าโรงพยาบาล TRAP เลยต้องหยุดตีพิมพ์ไป พอกลับมาตีพิมพ์ใหม่ ความนิยมก็ลดทำให้เรื่องนี้ถูกตัดจบในที่สุด แต่ต่อมาไม่นาน มาชิโระกับทาคากิก็เขียนการ์ตูนแก๊กเรื่อง ทันโท ลุยเลอะ ได้ลงตีพิมพ์อีกครั้ง